รวมหนัง หวีดสยอง Scream ในเวลานี้ภาพยนตร์เรื่องใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างรวมทั้งมือสังหารกำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำ การฆาตกรรมดึงผู้สื่อข่าวอดีตกาลตำรวจรวมทั้งหญิงสาวมาที่ฉากของภาพยนตร์ที่ได้รับแรงจูงใจจากชีวิตของพวกเขา เร็วนี้ๆพวกเขาก็พบว่าพวกเขากำลังพบเจอกับสามภาคและก็ในตรีภาค อะไรก็เกิดขึ้นได้Scream 3 เป็นภาพยนตร์อเมริกันเรื่อง Slasher ออกฉายปี 2000 ควบคุมโดย Wes Craven

แล้วก็เขียนบทโดย Ehren Kruger แสดงนำโดย David Arquette, Neve Campbell, Courteney Cox Arquette, Parker Posey, Patrick Dempsey, Scott Foley, Lance Henriksen, Matt Keeslar, Jenny McCarthy, Emily Mortimer, Deon Richmond รวมทั้ง Patrick Warburton มันเป็นภาคต่อของ Scream 2 (1997) แล้วก็ภาคลำดับที่สามของซีรีส์ภาพยนตร์ Scream เรื่องราวของภาพยนตร์ประเด็นนี้เกิดขึ้นสามปีภายหลังสถานะการณ์ในภาคก่อนๆรวมทั้งติดตามซิดนีย์ เพรสคอตต์ (แคมป์เบลล์)

ผู้ซึ่งจำเป็นต้องสันโดษโดยลำพังภายหลังเรื่องในรูปภาพยนตร์สองเรื่องที่ผ่านมา แม้กระนั้นถูกเย้ายวนใจไปสู่ฮอลลีวูดภายหลัง Ghostface ใหม่เริ่มฆ่าดาราหนังจาก ภาพยนตร์ด้านในภาพยนตร์ Stab 3 Scream 3 ผสมความร้ายแรงของแนวสยองขวัญกับความตลกรวมทั้งความเร้นลับ “whodunit” ในเวลาเดียวกันก็เสียดสีความนึกคิดโบราณของภาพยนตร์ตรีภาค แตกต่างจากภาพยนตร์ Scream เรื่องก่อนๆตรงที่มีการย้ำส่วนประกอบน่าหัวเราะในภาคนี้มากยิ่งขึ้น ความร้ายแรงและก็ความสยองขวัญต่ำลงที่จะตอบสนองต่อการสำรวจของสาธารณะที่มากขึ้นเกี่ยวกับความร้ายแรงในสื่อ ภายหลังการฆ่ากลุ่มที่โรงเรียนมัธยมศึกษาวัวลัมไบน์

 

รวมหนัง หวีดสยอง Scream

ดูหนังออนไลน์ หนังใหม่เต็มเรื่อง รวมหนัง หวีดสยอง Scream

ปัจจุบันนี้ภาพยนตร์เรื่องใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างรวมทั้งมือสังหารกำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำ การฆาตกรรมดึงผู้สื่อข่าวสมัยก่อนตำรวจแล้วก็หญิงสาวมาที่ฉากของภาพยนตร์ที่ได้รับแรงผลักดันจากชีวิตของพวกเขา เร็วนี้ๆพวกเขาก็พบว่าพวกเขากำลังพบเจอกับสามภาครวมทั้งในตรีภาค อะไรก็เกิดขึ้นได้

Scream 3 เป็นภาพยนตร์อเมริกันเรื่อง Slasher ออกฉายปี 2000 ดูแลโดย Wes Craven แล้วก็เขียนบทโดย Ehren Kruger แสดงนำโดย David Arquette, Neve Campbell, Courteney Cox Arquette, Parker Posey, Patrick Dempsey, Scott Foley, Lance Henriksen, Matt Keeslar, Jenny McCarthy, Emily Mortimer, Deon Richmond และก็ Patrick Warburton มันเป็นภาคต่อของ Scream 2 (1997) รวมทั้งภาคลำดับที่สามของซีรีส์ภาพยนตร์ Scream เรื่องราวของภาพยนตร์หัวข้อนี้เกิดขึ้นสามปีภายหลังเรื่องในภาคก่อนๆรวมทั้งติดตามซิดนีย์ เพรสคอตต์ (แคมป์เบลล์)

ผู้ซึ่งจำต้องสันโดษโดยลำพังภายหลังจากสถานะการณ์ในรูปภาพยนตร์สองเรื่องก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แม้กระนั้นถูกเย้ายวนใจไปสู่ฮอลลีวูดภายหลัง Ghostface ใหม่เริ่มฆ่าดาราจาก ภาพยนตร์ข้างในภาพยนตร์ Stab 3 Scream 3 ผสมความร้ายแรงของแนวสยองขวัญกับความขำขันรวมทั้งความเร้นลับ “whodunit” ในเวลาเดียวกันก็เสียดสีความนึกคิดโบราณของภาพยนตร์สามภาค ไม่เหมือนกับภาพยนตร์ Scream เรื่องก่อนๆตรงที่มีการย้ำส่วนประกอบขำขันในภาคนี้เยอะขึ้น ความร้ายแรงแล้วก็ความสยองขวัญน้อยลงที่จะตอบสนองต่อการวิเคราะห์ของสาธารณะที่มากขึ้นเกี่ยวกับความร้ายแรงในสื่อ ภายหลังการฆ่ากลุ่มที่โรงเรียนมัธยมศึกษาวัวลัมไบน์

คอตตอน เวรี่ ซึ่งตอนนี้เป็นผู้จัดรายการรายการทอล์คโชว์ที่บรรลุความสำเร็จ ได้รับการติดต่อจากโกสต์เฟซคนใหม่ปัจจุบัน ซึ่งต้องการรู้ที่อยู่ของซิดนีย์ เพรสคอตต์ เมื่อคอตตอนไม่ยอมรับที่จะร่วมมือ โกสต์เฟซก็บุกในบ้านของเขารวมทั้งจู่โจมคริสตำหนิน แฟนสาวของเขา คอตตอนรีบกลับไปอยู่ที่บ้าน มีเพียงแต่โกสต์เฟซแค่นั้นที่จะฆ่าคริสตำหนิน แล้วต่อจากนั้นก็คอตตอน

Maestro มาเอสโตร

Maestro มาเอสโตร บอกเล่าเรื่องราวอันแสนสลับซับซ้อนของตำนานเพลงคลาสสิก เลนทุ่งนาร์ด เบิร์นสไตน์ กับเมียของเขา เฟลิเซีย มอนเทเลกรา วัวห์น ดาวที่กระดานเวย์ ที่ร้องเพลงเพลงรักมายาวนานกว่า 30 ปี นับจากเจอกันหนแรกในปี 1946 ความคลั่งไคล้และก็แรงดึงดูดเป็นอย่างมากระหว่างพวกเขานำมาซึ่งการก่อให้เกิดการหมั้นหมาย 2 ครั้งซ้อน รวมทั้งดำเนินชีวิตสมรสที่นานนับทศวรรษ กับมีผู้สืบสกุลร่วมกัน 3 คน

ในผลงานประเด็นนี้ กางรดลีย์ คูเปอร์ รับหน้าที่เกือบจะทุกส่วนเลยก็ว่า ทั้งที่ยังไม่ตายผู้กำกับเอง ร่วมเขียนบทหนังกับ “หน้าจอช สิงเกอร์” (จาก First Man) ซ้ำยังนำแสดงในหนังของตน รวมทั้งร่วมอำนวยการสร้างภาพยนตร์ด้วย นี่เป็นร้อยเรียงเรื่องราวผ่านฉากหน้าที่เป็นทั้งยังภาพสีและก็ภาพถ่ายขาวดำ กับรูปทรงภาพ 1.33:1 สุดคลาสสิก แม้กระนั้นโชคร้ายที่มนต์เสน่ห์ในหนังยังไม่สามารถสนองตอบปฏิกิริยากับผู้ชมได้อย่างมีคุณภาพ

จำต้องเห็นด้วยว่า Maestro เต็มไปด้วยส่วนประกอบงานสร้างที่ละเมียดดี รวมหนัง หวีดสยอง Scream   วิสัยทัศน์งานสร้างของกางรดลีย์ยังมีรสนิยมที่ดี ถึงแม้นี่จะเป็นการจับจับทำหนังใหญ่เต็มกำลังเกิดเรื่องที่ 2 ของเขา ฉากทีแรกๆๆค่อนข้างจะน่าหลงจิตใจ ใส่จังหวะ transition ปกติออกมาให้มองพิเศษ แต่ว่าความพิเศษพวกนั้นก็เบาๆเลือนหายไป เมื่อหนังเพียรพยายามไปสู่เรื่องราวที่มิได้มีอะไรที่สะดุดตาเยอะแค่ไหนไปจนกระทั่งที่หมาย

งานเพลงประกอบก็สะดุดตาไม่แพ้กัน เนื่องจากว่าหนังเลือกใช้เพลงของ เลนทุ่งนาร์ด เบิร์นสไตน์ ต้นฉบับที่เป็นเจ้าของเรื่องราวในหนังประเด็นนี้มาประกอบใช้ตลอดทั้งเรื่อง ที่สะท้อนถึงอารมณ์แล้วก็ความเป็นตัวตนของเขาได้อย่างดีเยี่ยม ผลงานของเบิร์นสไตน์ก็ยังคงมีคุณค่าไม่เปลี่ยนแปลง และก็เมื่อเอามาจับใส่อยู่ในหนังชีวิตของเขาก็ช่วยเติมเต็มเจริญ

รวมหนัง หวีดสยอง Scream

The Family Plan

The Family Plan เกี่ยวกับชีวิตของ ดินแดน พ่อบ้านปกติที่ดำเนินชีวิตแสนเรียบง่ายอยู่ในเขตนอกเมืองของเมืองนิวยอร์ก แม้กระนั้นเมื่ออดีตกาลอันแสนไร้มนุษยธรรมของเขาย้อนกลับมาเอาคืนอีกรอบ ทำให้เขาต้องหาแนวทางที่จะคุ้มครองครอบครัวที่เขารักที่สุด โดยที่พวกเขาก็ไม่รู้จักมาก่อนเกี่ยวกับอดีตกาลอันลึกลับของผู้นำครอบครัว ที่คราวหนึ่งเขาเคยเป็นมือสังหารนิรนามตัวท็อปของแวดวง!

เอาจริงเอาจังๆมันก็เป็นหนังที่มองได้เพลิดเพลินดี ในทางการหาคอนเทนท์หรรษาทั่วๆไป หนังก็ยังเต็มไปด้วยอาการที่สร้างความเอ็นหน้าจอยให้กับผู้ชมได้อย่างดีเยี่ยม แต่ว่าหากเป็นในด้านวิภาควิจารณ์หนังอย่างไม่อ้อมค้อมแล้วละก็ มันบางครั้งก็อาจจะไม่ใช่การเสพสุขที่ดีสักเท่าไหร่นัก เนื่องจาก The Family Plan ก็ยังดำเนินสะกดรอยหนังแอคชันครอบห้องครัวที่มีมาตลอดในตอน 20-30 ปีที่ล่วงเลยไป ทุกจุดแล้วก็ทุกก้าวเต็มไปด้วยสูตรสำเร็จแบบสำเร็จรูปแบบจับวางเอาไว้

โดยหนังได้ผู้กำกับจากแวดวงโทรทัศน์ “ไซมอน เคแลน โจนส์” มารับหน้าที่ดูแลหนังหัวข้อนี้ ฉะนั้นสเกลงานสร้างของหนังประเด็นนี้มันก็จะออกมาใสๆกระจายๆแบบตามสไตล์หนังที่สร้างออกมาจากทางโทรทัศน์ราวๆนั้น ส่วนประกอบงานสร้างมิได้มีอะไรที่แปลกใหม่อะไรก็ตามก็เช่นเดียวกับหนังครอบครัวกลิ่นดิสนีย์นิดๆแม้กระนั้นก็มิได้ใสแจ่มแจ้งเหลือเกิน แม้กระนั้นก็ยังคงในเรตที่เด็กมองได้คนแก่มองเพลิดเพลินอยู่

บทหนังได้ “เดวิด ค็อกเกอาลล์” จาก Orphan: First Kill มาปั้นเรื่องราวให้ แน่ๆว่าประสิทธิภาพของบทหนังก็น่าจะมิได้เพอร์เฟ็คอะไรนัก หากมองผลงานก่อนๆของนักประพันธ์รายนี้ก็จะทราบดีว่าเขาเขียนบทหนังในสไตล์ที่ออกจะเซฟโซนและไม่ค่อยสร้างความแปลกใหม่ออกมาให้กับผู้ชมสักเท่าไหร่ อย่างเดียวกัน The Family Plan ก็จัดไว้อยู่ในหมวดพื้นที่ปลอดภัย หนังไม่ค่อยเดินออกนอกกรอบสักเท่าไห

หากว่าหนังจะมีองค์ประกอบเรื่องราวที่เชิญบันเทิงใจ รวมหนัง หวีดสยอง Scream   แต่ว่าโชคร้ายที่จังหวะการเล่าเรื่องของหนังติดเป็นหนังโทรทัศน์อดีตสมัยไปสักนิด ซ้ำยังออกจะความแคล่วคล่องว่องไวสำหรับเพื่อการร้อยเรียงเรื่องราวไปสักนิดสักหน่อย ถ้าว่าหนังสามารถกระชับได้ขึ้นอีกนิด ไม่ปลดปล่อยออกมาเป็นหนังครอบครัวบู๊เรื่อยเปื่อยเฉียดฉิว 2 ชั่วโมงอย่างงี้ คงจะมีอะไรที่อิมแพคต่อตัวหนังได้อยู่บ้าง นอกเหนือจากหลักสำคัญที่ดีแต่หาเนื้อได้น้อยนิด

มาร์ค วาห์ลเบิร์ก ก็ยังปฏิบัติหน้าที่เป็นเสาหลักนำทางหนังประเด็นนี้เจริญเหมือนปกติ เขาเป็นมือโปร เขาเป็นผู้แสดงตัวบิดา กล้องถ่ายรูปรักเขา สตอปรี่ของหนังก็รักเขา เขาก็คือหมากดำเนินเรื่องที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และก็สามารถแบกรับตัวหนังทั้งยังเรื่องเอาไว้ได้ดิบได้ดี แม้หน้าที่ที่เขาได้รับมันจะไม่มีอะไรเลยก็ตาม มันเป็นบทกล้วยๆที่เขาเองก็เคยถ่ายทอดมาแล้วจากผลงานก่อนๆ

 

รวมหนัง หวีดสยอง Scream

Leave the World Behind

Leave the World Behind เกิดเรื่องราวในวันหยุดที่เฝ้าใฝ่ฝันของ อะแมนดา แล้วก็ เคลย์ กับลูกๆวัยรุ่นของพวกเขา G2G999  ที่เช่าห้องตากอากาศรอบๆชายทะเลนิวยอร์ก แต่ว่าถูกสอดแทรกด้วยการมาเยี่ยมของบิดาลูกผิวสีคู่หนึ่งที่แสดงตัวว่าเป็นเจ้าของบ้านข้างหลังดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว เนื่องจากว่ามีเหตุไฟดับภายในเมือง ตามมาด้วยอินเตอร์เน็ตใช้ไม่ได้ โทรศัพทไม่มีสัญญาณ ปลดปล่อยให้พวกเขาถูกตัดขาดจากโลกด้านนอกไปครู่เดียว

จนถึงเสียงดังแปลกเกิดขึ้นอย่างน่าฉงนสงสัย เป็นตอนๆเดียวกับที่เหล่าสรรพสัตว์ต่างพากันย้ายถิ่นในด้วยกิริยาท่าทางแปลกๆยิ่งทำให้ครอบครัวนี้เริ่มวิตกในทุกๆด้าน เปลี่ยนเป็นการผลิตกำแพงกันระหว่างผู้เช่าคนขาวกับเจ้าของบ้านชาวผิวสี ก่อตัวแวววาวไฟการสู้รบทางความนึกคิดที่ตบตีกันโกลาหลข้างในหัวแล้วก็บริเวณตัวพวกเขา

“แซม เอสเมลล์” จากซีรีส์ Mr. Robot มารับหน้าที่ดูแลดูแลงานสร้างภาพยนตร์ประเด็นนี้ แล้วก็ถือว่าเป็นผลงานหนังฟอร์มใหญ่ที่สุดตั้งแต่แมื่อเขาทำอาชีพนี้มา โดยเขายังรับหน้าที่ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขเขียนบทหนังหัวข้อนี้ด้วยตัวเองด้วย แน่ๆว่าภาพลักษณ์ของ Leave the World Behind คงจะจูงใจคนชอบดูหนังแนวหายนะแล้วก็วันโลกแตกได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากมันเชิญชวนติดต่อออกมาแบบนั้น แต่ว่าอย่าพึ่งวางใจไป เนื่องจากมันสลับซับซ้อนรวมทั้งลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่าที่พวกเราคิดไว้

ใช่แล้ว มันเป็นหนังหายนะจิตวิทยาที่เบาๆคีย์ข้อมูลความวายป่วงใส่ผู้ชมมาครั้งละเรื่อยมันเป็นหนังที่มีกลิ่นความเป็น เอ็ม.ไนท์. ชยามาลาน กับ จอร์แดน พีล หน่อยๆแต่ว่ามันบางทีก็อาจจะยังมิได้มีเสน่ห์รวมทั้งความน่าคลั่งไคล้อย่างกับผลงานของคนเหล่านั้น โชคร้ายที่สุดด้านหลังมันเป็นแค่เพียงหนังที่เต็มไปด้วยอะไรที่เดิมๆกับช่องโหว่ของบทหนังที่ไม่แยบยลเอาเสียเลย
หนึ่งในสิ่งที่ไม่ค่อยถูกใจมากแค่ไหน รวมหนัง หวีดสยอง Scream   ก็คืไดอะล็อกบทสนทนาในหนังที่ติดภาษาที่ไม่ธรรมชาติไปสักนิด ยังติดความเป็นนิยายแล้วก็ภาษาทางการ ถึงแม้ว่าผู้แสดงพากเพียรอย่างเต็มเปี่ยมแล้วที่จะออกแบบหน้าที่ของพวกเขา แม้กระนั้นมันก็ยังออกมาเป็นรสที่พิศดาร และไม่ได้เชิญให้พวกเราเผลอไผลได้สักเท่าไหร่นัก เป็นจุดที่โชคร้ายที่หนังไม่อาจจะรั้งผู้ชมเอาไว้ได้อยู่

Leave the World Behind อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการเปิดเรื่องที่ออกจะน่างพอใจ เห็นด้วยเลยว่า 30-40 นาทีแรกของหนัง ออกจะน่าดึงดูดดี ปูเรื่องราวได้อย่างน่าดึงดูด แต่ว่าเพียงพอเริ่มจับแนวทางได้ หนังค่อนข้างจะผละตนเองให้ออกห่างจากผู้ชมไปเรื่อยแปลงเป็นส่วนประกอบที่ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร เป็นจุดที่หนังเล่าไปเรื่อยแบบไม่มีคุณลักษณะเด่นอะไรก็แล้วแต่เปล่งรัศมีออกมาเช่นเดียวกับตอนแรกที่เคยทำเป็น